วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 14: วิสาหกิจชุมชน อ่านจบเมื่อ 9-06-2558

หนังสือวิสาหกิจชุมชน เป็นหนังสือที่นำเสนอแนวคิดและตัวอย่างจริงของชุมชนต่างๆ ที่สามารถพึ่งพาตัวเองและสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน  เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้คืออ่านง่ายและมีตัวอย่างจริง ที่ทำให้เกิดความเข้าใจในวิสาหกิจชุมชนได้ดียิ่งขึ้น หนังสือเล่มนี้ไม่มีจำหน่าย ผมยืมจากห้องสมุดมา (หนังสือหนา 126 หน้า พิมพ์ครั้งที่ 1 สิงหาคม 25444 จำนวนพิมพ์ 1500 เล่ม โดยสำนักพิมพ์ภูมิปัญญาไท)




วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 13 : สร้างลูกค้าแบบแบรนด์ดัง อ่านจบเมื่อ 7-06-2558


หนังสืออาจจะออกมานานพอสมควรแล้ว แต่เนื้อหายังทันสมัยและประยุกต์ใช้ได้ดี  เป็นหนังสือที่เหมาะกับคนที่กำลังคิดจะสร้าง Brading   โยเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ รวบรวมแนวคิดจากตำราด้าน Branding ดังๆ ของต่างประเทศไว้แบบย่อๆ ในแต่ละบท เมื่ออ่านแล้วได้แนวคิด และ หลักการในการสร้างแบรนด์ เป็นหนังสืออีกเล่มที่น่าสนใจมากๆ 
(หนังสือหนา 168 หน้า ราคา 160 บาท พิมพ์ครั้งแรก  ตุลาคม 2547) 





หนังสือเล่มทีี 13 

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

หนังสือที่ 12 : คู่มือการทำวิสาหกิจ ชุมชน

หนังสือของ อ. เสรี พงศ์พิศ กูรู ด้าน วิสาหกิจชุมชน หนังสือเขียนได้ดี อ่านเข้าใจง่าย เขียนโดยผู้รู้จริง อ่านแล้วให้มุมมองด้านวิสาหกิจที่ชัดเจนขึ้นมาก  หนังสือหนา 72 หน้า ราคา 60 บาท


วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 11 อ่านจบเมื่อ 30-04-2558

เป็นหนังสือ เล่มที่ 11 ของปีนี้ ที่ผมอ่านจบ คือ หยิบติดมือมาอ่านที่ร้านกาแฟ ระหว่างทำงาน กะว่าจะใช้เวลาสัก 2-3 วัน ปรากฏว่า อ่านรวดเดียวจบ 143 หน้า หนังสือชื่อ "พระเจ้าในห้องสมุด" เขียนโดย "เซโอะ ไมโกะ" แปลโดย หนึ่งฤทัย ปราดเปรียว ราคาปก 135 บาท... เป็นหนังสือที่เขียนอ่านง่าย น่ารัก และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือ เป็นหนังสือที่ผมชอบแบบไม่รู้ตัว (ตอนแรกกะหยิบมาอ่านฆ่าเวลา ปรากฏว่า งานไม่เสร็จจ้า แต่อ่านหนังสือจบ 555)


วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 10 อ่านจบเมื่อ 29/04/58

หนังสือชื่อ "รวมเรื่องสั้นของ เรียมเอง"  เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น แนวหักมุม ของ "มาลัย ชูพินิจ" ที่เขียนไว้ขณะใน "ประชาชาติรายสัปดาห์" ในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ โดยใช้นามปากกาว่า "เรียมเอง"  ทุกเรื่องนั้นล้วนสนุกสนาน และหลายเรื่องจบแบบหักมุมเกินคาดคิด  ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ความรัก ไม่ว่าจะในแง่มุม สามี ภรรยา ชู้รัก หรือ มิตรภาพระหว่างเพื่อน เป็นหนังสือที่อ่านสนุก ใช้ภาษาได้งดงาม และให้ข้อคิดแฝงไว้เยอะมาก แม้จะเป็นงานเขียนตั้งแต่ช่วงปี  พ.ศ. 2480 หรือ 78 ปี มาแล้ว แต่ยังอ่านสนุกและไม่ล้าสมัยเลย  เล่มนี้เป็นเล่มที่ 1 มีเรื่องสั้นรวมอยู่ทั้งหมด 50 เรื่อง ปกนี้พิมพ์เป็นครั้งที่ 4 เมื่อปี 2537 ราคาจำหน่าย 110 บาท (ผมโชคดีมากได้ เล่มนี้มาจากร้านหนังสือ สุรวงศ์บุ๊ค เชียงใหม่ เหลือเพียงแค่ 2 เล่มเท่านั้น)



วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 9 อ่านจบเมื่อ 28-4-58

หนังสือ "กระต่ายตายแล้ว !"  เป็นหนังสือที่รวมข้อเขียนของ  วชิรา บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร A Day  หนังสือมีภาษาที่งดงาม แฝงข้อคิดและความน่าสนใจ รวมทั้งบทสัมภาษณ์ ผู้คนที่มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่น่าทึ่ง หนังสือหนา 236 หน้า ราคาปก 160 บาท 


วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 8 อ่านจบเมื่อ 14-04-58

หนังสือชื่อ "จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม" เป็นการนำจดหมายที่  นักเขียน รางวัลซีไรท์ อย่าง กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เขียนถึงเพื่อนๆ นักเขียนของเขา ในระหว่างที่เขายังมีชีวิตอยู่ (กนกพงศ์ เสียชีวิตเมื่อปี 2549 ขณะมีอายุได้เพียง 40 ปี)

เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้ คือภาษาที่ใช้เขียน นั้นน่าอ่าน และเนื้อหายังสะท้อนถึงชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบตัวของ กนกพงศ์ ที่ในหมู่บ้านของเขาในหุบเขา ซึ่งแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ และเขาก็เล่าได้น่าสนใจมาก ยังไม่นับเกร็ดต่างๆ เกี่ยวกับเรื่งอการเขียนหนังสือ ที่เขาถ่ายทอดให้เพื่อนักเขียนเขาผ่านทางจดหมาย  นับว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจมาก และมีความหนาถึง 382 หน้า เลยทีเดียว

ข้อเสียเดียวของหนังสือในเวอร์ชั่นนี้ คือ การไสกาวเข้าเล่มไม่ดีเท่าที่ควร ผมอ่านเล่มนี้ จบ ปรากฏว่าหนังสือหลุดแยกออกเป็นส่วนๆ ถึง 8 ส่วนเลยทีเดียว หนังสือดีน่าเสียดาย ต้องไปหาทางเข้าเล่มให้คงอยู่รวมกันต่อไป

หมายเหตุ:  สำนักพิมพ์บ้านหนังสือ   ราคา ปก 260 บาท







หนังสือเล่มที่ 3 (ปี 2562) กว่าจะฝ่าข้ามความตาย

หนังสือ กว่าจะฝ่าข้ามความตาย ของ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ   เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวในคุกบางขวาง ซึ่งเป็นคุกสำหรับนักโทษประหาร  ...