วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 4 (ปี 2559) | เสือสอน


หนังสือเล่มที่  4 ที่ผมอ่านจบในปี 2559 นี้ มีชื่อว่า เสือสอนเขียนโดย “ม.ล. ปริญญากร  วรวรรณซึ่งเป็นนักเขียนในดวงใจของผมอีกคน   หม่อมหลวงปริญญากร  หรือ หม่อมเชน เป็นนักถ่ายภาพสัตว์ป่า และเขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของท่านในป่า รวมทั้งวิถีชีวิตของสัตว์ป่าที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์หลากหลายชนิด มาให้เราได้อ่าน ถือเป็นนักเขียนที่มีความสามารถในการเล่าเรื่องราวของสัตว์ป่าได้อย่างน่าสนใจและให้ข้อคิดดีๆ แฝงไว้เสมอ

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 3 (ปี 2559) : เดอะ พาวเวอร์



หนังสือเล่มที่ 3 ที่ผมอ่านจบในปีนี้  :    เดอะ พาวเวอร์  โดย “รอนดา  เบิร์น”  ผู้เขียนหนังสือ  The Secret ที่โด่งดังมาแล้ว หนังสือเล่มนี้ บอกรายละเอียดของการทำงานของ “พลังอำนาจ” ที่อยู่ในตัวเรา รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ของธรรมชาติและจักรวาล   หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนคู่มือที่จะนำเราไปสู่พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล  และหากเราปฏิบัติตามวิธีการในหนังสือเล่มนี้ได้ เราก็จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี ที่เราต้องการได้อย่างง่ายดาย


เนื้อหาหนังสือ อ่านง่าย คนแปล  (คุณ จิระนันท์ พิตรปรีชา  และ คุณ อรดี สุวรรณโกมล)  แปลออกมาได้ดี   หนังสือมีความงดงาม ประณีต ทั้งปกและกระดาษที่ใช้  นอกจากนั้น รูปประกอบภายในก็สวย แม้จะ เป็นหนังสือที่พิมพ์ออกมาขายได้สักระยะหนึ่งแล้ว  แต่ผมเพิ่งจะได้มีโอกาสหยิบขึ้นมาอ่าน  ถือว่าเป็นหนังสือดีๆ อีกเล่มที่อยากแนะนำให้หามาอ่านกันครับ


(หนังสือหนา 250 หน้า ราคาปก  395 บาท พิมพ์ครั้งที่ 2  เมื่อ มีนาคม 2554 จัดจำหน่ายโดย อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์)

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 2 (ปี 2559) | The Social Capitalist


หนังสือเล่มที่ 2 ที่อ่านจบในปีนี้   ขื่อ  The Social Capitalist  รวยแล้วให้  ให้แล้วรวย  เขียนโดย “Josh and Lisa Lannon   เรียบเรียง โดย “ ธนกร  นำรับพร”   หนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงของผู้เขียนทั้งสอง จากคนที่ติดเหล้า กลายเป็นผู้ที่ตั้งศูนย์เพื่อบำบัดคนติดเหล้า  มุมมองของเขาเกี่ยวกับการทำธุรกิจเพื่อสังคมในรูปแบบใหม่ที่ไม่ปฏิเสธผลกำไร เพราะผลกำไรจะสามารถทำให้ธุรกิจเพื่อสังคมขยายตัวออกไปได้กว้างไกลขึ้น  หนังสือเล่มนี้ทำให้เรามองเห็นว่า โมเดลธุรกิจแบบไหนที่สามารถสร้างความสมดุลให้กับธุรกิจเพื่อสังคมได้ คือทั้งผลกำไร คุณค่าทางสังคมและอิสรภาพ  

เป็นหนังสืออีกเล่มที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยากทำกิจการเพื่อสังคม และกำลังมองหาวิธีที่จะทำให้กิจการเพื่อสังคมอยู่รอดได้ในสังคมทุนนิยมเช่นปัจจุบันนี้


(หนังสือ หนา 272 หน้า   ราคา  220 บาท   พิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาไทย  ตุลาคม 2015)

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 1 (ปี 2559) | ความสุขไม่มีเสียง



หนังสือเล่มที่ 1 ที่ผมอ่านจบในปี 2559  ชื่อว่า  “ความสุขไม่มีเสียง” (The Beggar King and the Secret of Happiness) เขียนโดย  “โจล เบ็น อิซซี่”   แปลโดย “นันธีรา วิทวุฒิศักดิ์”   เป็นหนังสือที่ผู้เขียนบอกเล่าเคล็ดลับของความสุขของเขา โดยสื่อผ่านชีวิตจริงของเขาและนิทานต่างๆ ที่เขาเคยเล่า  โดยเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ มาจากชีวิตจริง ของ "โจล เบ็น อิซซี่"  ซึ่งเป็น “นักเล่านิทาน”  แต่เขากลับไม่สามารถประกอบอาชีพของเขาได้ เมื่อพบว่า ตัวเองเป็นมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ และต้องเข้ารับการผ่าตัด  ซึ่งผลจาการผ่าตัดครั้งนั้น ทำให้เขาสูญเสียเสียงพูด และนั่นทำให้เขาหมดอนาคตในอาชีพการงานของเขาทันที อย่างไรก็ตามท้ายสุด เขาได้พบว่า การสูญเสียไม่ใช่สิ่งที่เป็นโชคร้ายเสมอไป  หลายครั้งการสูญเสียก็นำมาซึ่งของขวัญอันล้ำค่าให้กับชีวิตได้  



ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ การสอดแทรกนิทาน ที่ให้ข้อคิดและปรัชญาในการดำรงชีวิต อยู่ตลอดทั้งเรื่องโดยเฉพาะนิทานแต่ละเรื่องนั้นจะเข้ากันกับสถานการณ์ความยากลำบากในชีวิตที่ผู้เขียนกำลังเผชิญอยู่อย่างเหมาะเจาะพอดี  ทำให้คนอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างเราๆ ท่านๆ ได้คิดตามไปด้วย ถือเป็นหนังสือที่อ่านสนุก น่าสนใจ และให้ข้อคิด ที่ดีมากๆ อีกเล่มหนึ่งครับ
 
(หนังสือหนา  238 หน้า ราคา 175 บาท  พิมพ์ครั้งแรก โดย อมรินทร์ HOW TO  ธันวาคม 2552)

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 39 : วัยเยาว์อันสิ้นสูญ Lord of the Flies



หนังสือเล่มที่ 39 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ชื่อว่า “วัยเยาว์อันสิ้นสูญ หรือ  Lord of the Flies “  เป็นนิยายเขียนโดย “วิลเลียม โกลดิ้ง” และแปลโดย “ต้องตา สุธรรมรังษี“   หนังสือเล่มนี้ บอกเล่าเรื่องราว ที่เด็กๆ ต้องไปติดเกาะอยู่ด้วยกัน แล้วด้านมืดต่างๆ ของชีวิตก็ได้สำแดงออกมาเพราะสถานการณ์ที่บังคับ  ที่น่าสนใจสำหรับผมคือ หนังสือเล่มนี้ อ่านสนุก คนแปลก็แปลได้ดีมาก  และที่สำคัญมันสะท้อนให้เห็นถึงสังคมในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่ทำงาน สังคมประเทศชาติ การขัดแย้งทางความคิด การหาทางออกเพื่อเอาตัวเองให้รอดและมีอำนาจเหนือผู้อื่น  โดยไม่คำนึงว่าวิถีทางนั้นจะโหดร้ายสักเพียงใดก็ตาม
หนังสือเล่มนี้หนาพอสมควร แต่ผมกลับอ่านรวดเดียวจบเล่ม เพราะเนื้อหาน่าตื่นเต้นชวนติดตามตลอด ยังแอบนึกเสียดายว่า นักอ่านในบ้านเรา ยังอ่านหนังสือแนวนี้น้อยไปหน่อย ทำให้ร้านหนังสือต่างๆ ไม่ค่อยนำหนังสือแนวนี้มาขาย (ผมได้หนังสือนี้มาจากร้าน “หนังสือเดินทาง” ที่ บางลำพู กทม)  แต่ยืนยันนั่งยัน ว่า “วัยเยาว์อันสิ้นสูญ” เป็นหนังสือที่ดีมากๆ อีกเล่มหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสอ่านส่งท้ายปี 2558 นี้


(หนังสือหนา 318 หน้า   ราคาปก 247 บาท  พิมพ์ครั้งแรก 2552 โดย ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง) 

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 38 : ความลับ 5 ข้อ ที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย



หนังสือเล่มที่ 38 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า The Five Secrets You Must Discoverหรือ “ความลับ 5 ข้อ ที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย”  เขียนโดย "ดร.จอห์น  ไอโซ"    แปลโดย "อรวรรณ  อบรมย์"

หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นจากการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ จำนวน 235 คน ถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา  สิ่งที่เขาเสียใจที่ไม่ได้ทำ  รวมถึงสิ่งที่แต่ละคนอยากบอกใน 1 ประโยค  จากนั้นผู้เขียนก็ได้ทำการสรุปประสบการณ์ของผู้สูงวัยเหล่านั้น ออกมาได้ 5 ข้อ ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่สุดที่ผู้อาวุโสวัยไม้ใกล้ฝั่งเหล่านั้นบอกออกมาตรงกันหมดทุกคน

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ  การเปิดเผยความลับพร้อมคำอธิบายแต่ละข้อโดยละเอียด พร้อมบทสัมภาษณ์ของผู้อาวุโสแต่ละท่านในหลากหลายอาชีพ ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้ว  ทำให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตขึ้นมาก  ยิ่งถ้านำความลับทั้ง 5 ข้อ ในหนังสือเล่มนี้ไปปฏิบัติด้วยแล้ว  ชีวิตที่เหลืออยู่ของเราแต่ละคนในแต่ละวันคงจะมีความสุขมาก  ส่วนความลับ 5 ข้อนั้น มีอะไรบ้างนั้นให้ไปตามอ่านกันเองในหนังสือนะครับ  ถือเป็นหนังสือที่ดีมากๆ ที่อยากแนะนำให้อ่านครับ


(หนังสือหนา 186  หน้า ราคาปก 180 บาท สำนักพิมพ์ โอ้มายก้อด  กุมภาพันธ์ 2552)

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

หนังสือเล่มที่ 37 : เสียงพูดสุดท้าย ‘รงค์ วงษ์สวรรค์



หนังสือเล่มที่ 37 ที่ผมอ่านจบในปีนี้  ชื่อว่า “เสียงพูดสุดท้าย  รงค์ วงษ์สวรรค์ “  ซึ่งเป็นหนังสือที่สัมภาษณ์นักเขียนชื่อดังของเมืองไทย อย่าง รงค์ วงษ์สวรรค์ ขณะที่เขากำลังป่วย และอยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต     หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสียงพูดสุดท้ายของ รงค์ วงษ์สวรรค์ โดยได้“วรพจน์  พันธุ์พงศ์”   เป็นผู้สัมภาษณ์และเรียบเรียงออกมาเป็นหนังสือ

หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมแนวคิดเกี่ยวกับชีวิตของนักเขียนท่านนี้ไว้ในหลายๆ ด้าน โดยทุกเรื่องถูกเล่าออกมาจากปากของท่านเอง   ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเพื่อน  เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการเมือง เรื่องอาหารการกิน เรื่องการทำงาน และเรื่องเกี่ยวกับชีวิต   เป็นหนังสือที่อ่านสนุกและได้ความรู้เกี่ยวกับชีวิต รวมทั้งประวัติศาสตร์ในยุคสมัยที่ท่านยังเป็นหนุ่ม  "รงค์ วงษ์สวรรค์"  เป็นคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาหลากหลายรูปแบบ  ทำให้เนื้อหาของบทสัมภาษณ์มีสีสัน น่าสนใจ และชวนให้ติดตาม

สำหรับผม หนังสือเล่มนี้ถือเป็น หนังสือที่ทรงคุณค่ามากอีกเล่มหนึ่ง ที่ได้มีโอกาสอ่านในปีนี้  แม้ว่าปัจจุบันนี้  "รงค์ วงษ์สวรรค์" จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ผมมั่นใจว่า งานเขียนและแนวคิดของเขายังคงอยู่ในใจของบรรดานักอ่านตลอดไป


(หนังสือหนา 217 หน้า ราคาปก 200 บาท  สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น  พิมพ์ครั้งที่ 2  กรกฎาคม 2552)

หนังสือเล่มที่ 3 (ปี 2562) กว่าจะฝ่าข้ามความตาย

หนังสือ กว่าจะฝ่าข้ามความตาย ของ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ   เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวในคุกบางขวาง ซึ่งเป็นคุกสำหรับนักโทษประหาร  ...