วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 7 (ปี 2559) นักอยากเขียน



หนังสือเล่มที่  7 ที่ผมอ่านจบในปี 2559 นี้ ชื่อว่า “นักอยากเขียน” โดย  “ศุ  บุญเลี้ยง”   ซึ่งเป็นการเล่าถึงประสบการณ์ของเขา ตั้งแต่เริ่มหัดเขียน ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนอยู่ จนกระทั่งได้มาเป็นนักเขียนอาชีพ  โดยมีการนำตัวอย่างงานเขียนในสมัยแรกๆ ที่เขาเริ่มหัดเขียนมาให้ดูด้วย


“นักอยากเขียน“  เป็นหนังสือที่อ่านง่ายสไตล์ “ศุ บุญเลี้ยง” คือ ตัวหนังสืออารมณ์ดี มีแง่มุมให้เราอ่านไปยิ้มไป ได้หลายช่วงหลายตอน เกือบตลอดทั้งเล่ม   หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียน แต่ยังกลัวๆ กล้าๆ ในการจะเริ่ม  รับรองว่าถ้าอ่านเล่มนี้จบ ไฟฝันคุณจะลุกโชนขึ้นอย่างแน่นอน   ถือเป็นหนังสือดี อีกเล่มที่อยากแนะนำให้อ่านครับ


              

(หนังสือหนา 153 หน้า ราคาปก 110 บาท พิมพ์ครั้งที่ 1 เมษายน 2549 สำนักพิมพ์ วงกลม) 

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 6 (ปี 2559) DIGITAL FUTURE


หนังสือเล่มที่
  6 ที่ผมอ่านจบในปี 2559 นี้ มีชื่อว่า “DIGITAL FUTURE” เขียนโดย  “สฤณี  อาชวานันทกุล”  โดยเป็นการรวบรวมข้อเขียนหลากหลายของผู้เขียน ที่เคยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และเว็บไซต์ต่างๆ  โดยเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับ เทคโนโลยีด้านอินเตอร์เน็ตที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการเมืองการปกครองทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 5 (ปี 2559) | ข้อคิดจากใจ กุหลาบ สายประดิษฐ์





หนังสือเล่มที่  5 ที่ผมอ่านจบในปี 2559 นี้ มีชื่อว่า “ข้อคิดจากใจ กุหลาบ  สายประดิษฐ์” รวบรวมโดย  “ชนิด สายประดิษฐ์”  ซึ่งเป็นภรรยาคู่ชีวิตของท่าน    คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นนักคิด นักเขียนที่มีผลงานมากมายในหลายนามปากกา แต่นามปากกาที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ  “ศรีบูรพา”    เจ้าของผลงาน “ข้างหลังภาพ”  ซึ่งขึ้นแท่นเป็นอมตะนิยายของไทยอีกเรื่องหนึ่งไปแล้ว  

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 4 (ปี 2559) | เสือสอน


หนังสือเล่มที่  4 ที่ผมอ่านจบในปี 2559 นี้ มีชื่อว่า “เสือสอน” เขียนโดย “ม.ล. ปริญญากร  วรวรรณ” ซึ่งเป็นนักเขียนในดวงใจของผมอีกคน   หม่อมหลวงปริญญากร  หรือ หม่อมเชน เป็นนักถ่ายภาพสัตว์ป่า และเขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของท่านในป่า รวมทั้งวิถีชีวิตของสัตว์ป่าที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์หลากหลายชนิด มาให้เราได้อ่าน ถือเป็นนักเขียนที่มีความสามารถในการเล่าเรื่องราวของสัตว์ป่าได้อย่างน่าสนใจและให้ข้อคิดดีๆ แฝงไว้เสมอ

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 3 (ปี 2559) : เดอะ พาวเวอร์



หนังสือเล่มที่ 3 ที่ผมอ่านจบในปีนี้  :    เดอะ พาวเวอร์  โดย “รอนดา  เบิร์น”  ผู้เขียนหนังสือ  The Secret ที่โด่งดังมาแล้ว หนังสือเล่มนี้ บอกรายละเอียดของการทำงานของ “พลังอำนาจ” ที่อยู่ในตัวเรา รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ของธรรมชาติและจักรวาล   หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนคู่มือที่จะนำเราไปสู่พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล  และหากเราปฏิบัติตามวิธีการในหนังสือเล่มนี้ได้ เราก็จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี ที่เราต้องการได้อย่างง่ายดาย


เนื้อหาหนังสือ อ่านง่าย คนแปล  (คุณ จิระนันท์ พิตรปรีชา  และ คุณ อรดี สุวรรณโกมล)  แปลออกมาได้ดี   หนังสือมีความงดงาม ประณีต ทั้งปกและกระดาษที่ใช้  นอกจากนั้น รูปประกอบภายในก็สวย แม้จะ เป็นหนังสือที่พิมพ์ออกมาขายได้สักระยะหนึ่งแล้ว  แต่ผมเพิ่งจะได้มีโอกาสหยิบขึ้นมาอ่าน  ถือว่าเป็นหนังสือดีๆ อีกเล่มที่อยากแนะนำให้หามาอ่านกันครับ


(หนังสือหนา 250 หน้า ราคาปก  395 บาท พิมพ์ครั้งที่ 2  เมื่อ มีนาคม 2554 จัดจำหน่ายโดย อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์)

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 2 (ปี 2559) | The Social Capitalist


หนังสือเล่มที่ 2 ที่อ่านจบในปีนี้   ขื่อ  The Social Capitalist  รวยแล้วให้  ให้แล้วรวย  เขียนโดย “Josh and Lisa Lannon”   เรียบเรียง โดย “ ธนกร  นำรับพร”   หนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงของผู้เขียนทั้งสอง จากคนที่ติดเหล้า กลายเป็นผู้ที่ตั้งศูนย์เพื่อบำบัดคนติดเหล้า  มุมมองของเขาเกี่ยวกับการทำธุรกิจเพื่อสังคมในรูปแบบใหม่ที่ไม่ปฏิเสธผลกำไร เพราะผลกำไรจะสามารถทำให้ธุรกิจเพื่อสังคมขยายตัวออกไปได้กว้างไกลขึ้น  หนังสือเล่มนี้ทำให้เรามองเห็นว่า โมเดลธุรกิจแบบไหนที่สามารถสร้างความสมดุลให้กับธุรกิจเพื่อสังคมได้ คือทั้งผลกำไร คุณค่าทางสังคมและอิสรภาพ  

เป็นหนังสืออีกเล่มที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยากทำกิจการเพื่อสังคม และกำลังมองหาวิธีที่จะทำให้กิจการเพื่อสังคมอยู่รอดได้ในสังคมทุนนิยมเช่นปัจจุบันนี้


(หนังสือ หนา 272 หน้า   ราคา  220 บาท   พิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาไทย  ตุลาคม 2015)

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

หนังสือเล่มที่ 1 (ปี 2559) | ความสุขไม่มีเสียง



หนังสือเล่มที่ 1 ที่ผมอ่านจบในปี 2559  ชื่อว่า  “ความสุขไม่มีเสียง” (The Beggar King and the Secret of Happiness) เขียนโดย  “โจล เบ็น อิซซี่”   แปลโดย “นันธีรา วิทวุฒิศักดิ์”   เป็นหนังสือที่ผู้เขียนบอกเล่าเคล็ดลับของความสุขของเขา โดยสื่อผ่านชีวิตจริงของเขาและนิทานต่างๆ ที่เขาเคยเล่า  โดยเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ มาจากชีวิตจริง ของ "โจล เบ็น อิซซี่"  ซึ่งเป็น “นักเล่านิทาน”  แต่เขากลับไม่สามารถประกอบอาชีพของเขาได้ เมื่อพบว่า ตัวเองเป็นมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ และต้องเข้ารับการผ่าตัด  ซึ่งผลจาการผ่าตัดครั้งนั้น ทำให้เขาสูญเสียเสียงพูด และนั่นทำให้เขาหมดอนาคตในอาชีพการงานของเขาทันที อย่างไรก็ตามท้ายสุด เขาได้พบว่า การสูญเสียไม่ใช่สิ่งที่เป็นโชคร้ายเสมอไป  หลายครั้งการสูญเสียก็นำมาซึ่งของขวัญอันล้ำค่าให้กับชีวิตได้  



ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ การสอดแทรกนิทาน ที่ให้ข้อคิดและปรัชญาในการดำรงชีวิต อยู่ตลอดทั้งเรื่องโดยเฉพาะนิทานแต่ละเรื่องนั้นจะเข้ากันกับสถานการณ์ความยากลำบากในชีวิตที่ผู้เขียนกำลังเผชิญอยู่อย่างเหมาะเจาะพอดี  ทำให้คนอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างเราๆ ท่านๆ ได้คิดตามไปด้วย ถือเป็นหนังสือที่อ่านสนุก น่าสนใจ และให้ข้อคิด ที่ดีมากๆ อีกเล่มหนึ่งครับ
 
(หนังสือหนา  238 หน้า ราคา 175 บาท  พิมพ์ครั้งแรก โดย อมรินทร์ HOW TO  ธันวาคม 2552)

หนังสือเล่มที่ 3 (ปี 2562) กว่าจะฝ่าข้ามความตาย

หนังสือ กว่าจะฝ่าข้ามความตาย ของ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ   เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวในคุกบางขวาง ซึ่งเป็นคุกสำหรับนักโทษประหาร  ...