หนังสือเล่มที่ 26 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า “สวยด้วยใจ” เขียนโดย “นพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์” ซึ่งเป็นแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง แต่สิ่งที่คุณหมอได้เขียนในหนังสือเล่มนี้ กลับสร้างมุมมองใหม่ให้กับโลกแห่งศัลยกรรมตกแต่ง คือไม่ได้เน้นที่ความงามทางกายหรือภายนอกมากจนเกินไป แต่ได้สะท้อนให้เห็นถึงความงามภายในจิตใจ ซึ่งจะช่วยสร้างความสมดุลให้ได้ดีกว่างามแต่เพียงภายนอกอย่างเดียว หนังสือยังได้ยกตัวอย่างงานวิจัย ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของคุณหมอกับคนไข้ ในแง่มุมของความงามภายนอกและความงามภายใน ทำให้เราได้พบกับมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการเสริมความงามอย่างไรให้สมดุล ทั้งกายและใจ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559
หนังสือเล่มที่ 26 (ปี 2559) | สวยด้วยใจ
หนังสือเล่มที่ 26 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า “สวยด้วยใจ” เขียนโดย “นพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์” ซึ่งเป็นแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง แต่สิ่งที่คุณหมอได้เขียนในหนังสือเล่มนี้ กลับสร้างมุมมองใหม่ให้กับโลกแห่งศัลยกรรมตกแต่ง คือไม่ได้เน้นที่ความงามทางกายหรือภายนอกมากจนเกินไป แต่ได้สะท้อนให้เห็นถึงความงามภายในจิตใจ ซึ่งจะช่วยสร้างความสมดุลให้ได้ดีกว่างามแต่เพียงภายนอกอย่างเดียว หนังสือยังได้ยกตัวอย่างงานวิจัย ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของคุณหมอกับคนไข้ ในแง่มุมของความงามภายนอกและความงามภายใน ทำให้เราได้พบกับมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการเสริมความงามอย่างไรให้สมดุล ทั้งกายและใจ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559
หนังสือเล่มที่ 24 (2559) | กว่าจะได้นังบัลลังก์ศาล
หนังสือน่าอ่าน
เล่มที่ 24 ที่ผมอ่านจบ ในปีนี้ ชื่อว่า ”กว่าจะได้นั่ง
บัลลังก์ศาล” เขียนโดย “ณัฐปกรณ์
พิชญ์ปัญญาธรรม” ผมได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกจากอาจารย์ท่านหนึ่งในมหาวิทยาลัยรามคำแหง
แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้หาซื้อมาอ่าน
จนเมื่อเร็วๆ นี้ได้เห็นหนังสือเล่มนี้โพสต์ขายอยู่ในเว็บขายหนังสือแห่งหนึง จึงได้รีบสั่งซื้อมาอ่านในทันที
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เป็นการบอกเล่าประวัติของผู้เขียนเอง ตั้งแต่เกิดจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน โดยผู้เขียนได้ตีแผ่ชีวิตของตัวเองอย่างละเอียด
ตั้งแต่ภูมิหลังที่มีแม่พิการเป็นใบ้ และจำเป็นต้องแยกทางกับพ่อ เพราะยายกีดกัน โดยตัวเขาต้องอยู่กับยาย เพราะแม่แยกไปต่างงานใหม่ โดยชีวิตในวัยเด็กเขานั้นมีแต่ความลำบาก ต้องอดทนทำงานหลายอย่าง เพื่อช่วยเหลือที่บ้านและไม่ได้ศึกษาในระบบโรงเรียนเหมือนเพื่อนคนอื่น
ๆ เพราะต้องทำงาน แต่เขาก็ยังมีความมานะอุตสาหะ
โดยสมัครเรียนภาคค่ำหรือโรงเรียนผู้ใหญ่ในสมัยนั้น จนจบชั้น ม.6 และได้เดินทางไปกรุงเทพ
เพือศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
โดยอยู่แบบลำบากต้องอดทนทำงานเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน ชีวิตเผชิญปัญหาและความยากลำบากสารพัด
ถึงขั้นต้องนอนใต้หลังคาส้วมของมหาวิทยาลัย จวบจนถึงวันที่เขาได้มีโอกาสช่วยเหลือเด็กๆ โดยเข้าไปทำงานในมูลนิธินกขมิ้น
และ ท้ายสุดสามารถสอบเป็นผู้พิพากษาได้
ผมขอสารภาพว่า
ในระหว่างที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ผมหลั่งน้ำตาไปไม่ต่ำกว่า 4-5 ครั้ง เพราะซาบซึ้งในเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของผู้เขียน
และได้ข้อคิด พลังใจ อย่างมากมายจากหนังสือเล่มนี้ แม้ว่าชื่อหนังสือจะถูกตั้งราวกับว่า
เป็นหนังสือเส้นทางสำหรับคนที่ร่ำเรียนมาทางด้านนิติศาสตร์โดยเฉพาะ
แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนหนุ่มสาวทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งคนที่กำลังท้อแท้หดหู่กับชะตากรรมหรือชาติกำเนิด
อันยากจนต่ำต้อยของตัวเอง ผมอยากให้ท่านได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ ท่านจะมีพลังฮึดสู้และรู้ว่าชีวิตนี้ยังมีคนที่ลำบากและขาดโอกาสยิ่งกว่าท่านอีก
แต่เขายังตั้งใจศึกษา และอดทนต่อสู้ ฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จได้ “กว่าจะได้นั่งบัลลังก์ศาล” ถือเป็นหนังสือที่ดีมากๆ
อีกเล่ม และอยากแนะนำให้ทุกคนได้อ่านครับ
(หนังสือหนา 226 หน้า ราคาปก 120 บาท พิมพ์ครั้งแรก ธันวาคม 2002 )
หนังสือเล่มที่ 25 (ปี 2559) | ทำอย่างไรให้เขายอม
หนังสือเล่มที่ 25 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า “ทำอย่างไรให้เขายอม” เขียนโดย “รศ.ดร. สิทธิโชค วรานุสันติกูล” หนังสือเล่มนี้ได้เล่าถึงกลยุทธ์พื้นฐานในการทำให้เกิดการยอมทำตามของมนุษย์ในแง่มุมทางด้านจิตวิทยา รวมทั้งหลักการสร้างอำนาจ อิทธิพล และบารมี เพื่อให้ผู้อื่นยอมทำตามความประสงค์ของเรา นอกจากนี้ยังได้อธิบายเรื่องทฤษฏีแรงจูงใจ รวมทั้งแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรและอิทธิพลที่มีต่อมนุษย์ในองค์กรนั้นๆ ด้วย
จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้
คือ อ่านง่าย อ่านสนุก ไม่มีความรู้สึกเหมือนอ่านตำราวิชาการ
และในเล่มก็เต็มไปด้วยตัวอย่างที่หยิบยกขึ้นมา เพื่อทำให้เราเข้าเรื่องราวและทฤษฏีต่างๆ
ได้อย่างชัดเจน ทั้งยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าเราจะอยู่ในฐานะผู้บริหารองค์กร หรือจะเป็นเพียงแค่พนักงานหรือผู้ร่วมงานก็ตาม
ถือเป็นหนังสือที่เขียนโดย นักวิชาการผู้มีความเชียวชาญและประสบการณ์มาก แต่เนื้อหากลับอ่านได้สนุกและเข้าใจได้ง่ายมากๆ เป็นหนังสือที่เหมาะมาก โดยเฉพาะกับผู้ที่สนใจเรื่องเทคนิคการบริหารงานบุคคลและการจูงใจในการทำงานครับ
(หนังสือหนา 216 หน้า ราคาปก 170 บาท พิมพ์ครั้งแรก 2547 ซีเอ็ดยูเคชั่น)
วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
หนังสือเล่มที่ 23 (ปี 2559) | ยุคใหม่กาแฟดอยช้าง
หนังสือน่าอ่าน
เล่มที่ 23 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า ”ยุคใหม่
กาแฟดอยช้าง” เรียบเรียงโดย “องอาจ ฤทธิ์ปรีชา” หนังสือเล่มนี้บอกเล่าความเป็นมาของกาแฟดอยช้าง
ก่อนที่จะประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงระดับโลกอย่างเช่นทุกวันนี้
ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่บทสัมภาษณ์แบบเปิดใจ
ของผู้บริหารคนใหม่ที่ขึ้นมากุมบังเหียนขององค์กร ภายหลังจากผู้ก่อตั้งคนสำคัญอย่าง
“วิชา พรหมยงค์” ได้เสียชีวิตลงไปเมื่อต้นปี 2557 ชายผู้ซึ่งเคยทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ก่อตั้งในฐานะคนที่อยู่เบื้องหลัง
เมื่อวันที่เขาต้องออกมายืนอยู่เบื้องหน้า
จึงทำให้เราได้ทราบถึงเบื้องลึกที่น่าสนใจหลายประการเกี่ยวกับกาแฟดอยช้าง รวมถึงข้อเท็จจริงต่างๆ
เกี่ยวกับกระแสข่าวลือเรื่องทุนใหญ่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์กิจการแห่งนี้
หนังสือเล่มนี้
อ่านง่าย อ่านสนุก โดยเฉพาะคนที่มีความสนใจใน แวดวงกาแฟ และการบริหารจัดการแบบกาแฟดอยช้าง
หรือ Beyond Fair Trade ผมแนะนำว่าไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างยิ่งครับ
(หนังสือหนา 176 หน้า ราคาปก 200 บาท พิมพ์ครั้งที่แรก เมษายน 2559 )
วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
หนังสือเล่มที่ 22 (ปี 2559) | เต๋าแห่งประชาธิปไตย
หนังสือเล่มที่ 22 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า “เต๋าแห่งประชาธิปไตย” โดย “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล” หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทสัมภาษณ์ของอาจารย์เสกสรรค์ ในช่วงปี พ.ศ. 2550-2555 ทั้งหมด 7 เรื่อง โดยสะท้อนมุมมองและความคิดของอาจารย์ในฐานะเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เกี่ยวกับ โครงสร้างทางการเมือง และอำนาจในสังคมไทย โดยไม่เน้นเรื่องสีเสื้อ แต่วิเคราะห์เจาะลึกถึงความเป็นมาเป็นไป รวมทั้งวิธีการในการแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วย
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559
หนังสือเล่มที่ 21 (ปี 2559) | วิสาหกิจชุมชน กลไกลเศรษฐกิจฐานราก
หนังสือน่าอ่าน เล่มที่ 21 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า “วิสาหกิจชุมชน กลไกเศรษฐกิจฐานราก” โดย “ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ” และ “พิทยา ว่องกุล” เป็นบรรณาธิการ โดยเป็นหนังสือที่รวบรวมบทความ 10 เรื่องที่เป็นกรณีศึกษาของ “วิสาหกิจชุมชน” ในจังหวัดต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว รวมทั้งเล่าให้ฟังถึง ปัจจัยหรือเงื่อนไขต่างๆ ที่จะทำให้ วิสาหกิจชุมชน แต่ละแห่งประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ในภาคผนวกยังมี พระราชบัญญัติ ส่งเสริมวิสาหกิจ ชุมชน พ.ศ.2548 แนบมาให้อ่านด้วย
วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559
หนังสือเล่มที่ 20 (ปี 2559) | ตำราคนไม่อยากแก่
หนังสือน่าอ่าน
เล่มที่ 20 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า ”ตำรา
คนไม่อยากแก่” เขียนโดย “ดร.นพ.พัฒนา เต็งอำนวย” ซึ่งเป็นแพทย์ทางด้านอายุรศาสตร์โรคไต
และอายุรศาสตร์ชะลอวัย หนังสือเล่มนี้เล่าถึง ทฤษฏีความชรา
และสิ่งที่ใช้ชีวัดความชรา
รวมถึงเล่าให้ฟังถึงโรคต่างๆ ที่เป็นโรคเรื้อรังในผู้สูงวัย พร้อมบอกวิธีป้องกัน ว่าเราควรจะกินอยู่อย่างไรให้ห่างไกลจากโรคเรื้อรังต่างๆ
เหล่านี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
หนังสือเล่มที่ 3 (ปี 2562) กว่าจะฝ่าข้ามความตาย
หนังสือ กว่าจะฝ่าข้ามความตาย ของ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวในคุกบางขวาง ซึ่งเป็นคุกสำหรับนักโทษประหาร ...
-
หนังสือ กว่าจะฝ่าข้ามความตาย ของ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวในคุกบางขวาง ซึ่งเป็นคุกสำหรับนักโทษประหาร ...
-
หนังสือน่าอ่าน เล่มที่ 16 ที่ผมอ่านจบในปีนี้ ชื่อว่า “ พระราชา ไม่มีวันตาย “ หนังสือเล่มนี้ เขียนโดย “ อุเทน พรมแดง ” ซึ่งเ...
-
หนังสือน่าอ่าน เล่มที่ 21 ที่ผมอ่านจบในปี 2560 ชื่อว่า “ฟัง เขียน คิดกับชีวิต จิตร ภูมิศักดิ์” เรียบเรียงโดย “บุญชัย ใจเย็น” ...






