วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562

หนังสือเล่มที่ 2 (ปี 2562) ก้าวต่อก้าว บันทึกฝัน วันต่อวัน บันทึกชีวิต




หนังสือ ก้าวต่อก้าว บันทึกฝัน วันต่อวัน บันทึกชีวิต เป็นหนังสือที่พ่อคนหนึ่ง เขียนบันทึกถึงลูก (โดยแบ่งให้เราซึ่งเป็นคนอ่านได้อ่านด้วย)  โดยเริ่มบันทึกตั้งแต่ เด็กน้อยยังไม่ถือกำเนิด สมัยพ่อกับแม่จีบกัน รักกัน จนไปถึงความพยายามอย่างมากที่จะมีบุตร โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เข้ามาช่วยหลายประการ เรียกว่า ฟันฝ่าสารพัดอุปสรรค และการสูญเสียกว่าจะได้ลูกคนนี้มา  และเมื่อได้ลูกมาแล้วก็ยังมีปัญหาที่คาดไม่ถึง แต่ท้ายสุดเรื่องราวก็ลงเอยในแบบที่น่าประทับใจ

ผู้เขียน คือ ประชาคม ลุนาชัย เป็นนักเขียนที่เล่าเรื่องด้วยภาษาที่สวยงาม อ่านง่าย และน่าติดตาม หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่มีลูกแล้ว หรือ กำลังพยายามจะมีลูก โดยเฉพาะคู่สมรส ที่อายุเริ่มเยอะ และยังไม่สมหวังในเรื่องบุตร หนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิด ให้มุมมอง ในเรื่องความรักและการเลี้ยงดูลูกได้เป็นอย่างน่าสนใจ  ใครชอบแนวนี้หยิบอ่านได้หรือชอบแนวแง่มุมชีวิต ก็ถือว่าเป็นหนังสือที่ดีครับ

(หนังสือหนา 168 หน้า ราคาปก 159 บาท พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2557)

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

หนังสือเล่มที่ 10 (ปี 2561) ลิ้นชักความคิด



"ความทรงจำหรือความคิดเปรียบได้กับลิ้นชักที่ไม่ได้ถูกเปิดมาเสียนาน แต่พอได้ลองเปิดดู เหมือนเราได้นั่งไทม์แมชชีน ย้อนกลับไปว่า เพราะอะไร ทำไมเราถึงได้เก็บสิ่งนี้เอาไว้ มันเคยสอนอะไร และเราเคยคิดอะไรตอนนั้น"  นี่คือประโยคหนึ่งในคำนำที่ผู้เขียน คือ “วรธัช แก้วสมบัติ” เขียนไว้ใน หนังสือ ชื่อ “ลิ้นชัก ความคิด” ซึ่งเป็นหนังสือเล่มที่ 10 ที่ผมอ่านจบในปี 2561  ปล. อ่านน้อยจังปีนี้ :(

หนังสือเล่มนี้เป็นการเขียน รวบรวมเหตุการณ์ในอดีตของผู้เขียน ซึ่งอ่านง่าย อ่านสนุก ใช้ภาษาง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่ข้อคิดที่ได้จากแต่ละเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ให้มุมมองเกี่ยวกับชีวิตในด้านต่างๆ ผ่านประสบการณ์ในอดีตของผู้เขียน ทำให้เราได้รับแง่คิดหรือแรงบันดาลใจดีๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่การทำงาน หรือการใช้ชีวิต  ถือว่า เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านสนุก อ่านง่าย อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ เรียกว่าอ่านเพลินๆ  แป๊ปเดียว จบเล่มไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยทีเดียวครับ

(หนังสือหนา 192 หน้า ราคาปก 165 บาท พิมพ์ครั้งที่ 1  พ.ศ.2557 ปราชญ์ สำนักพิมพ์)

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561

หนังสือเล่มที่ 9 (ปี 2561) จ้าวแผ่นดิน




หนังสือ “จ้าวแผ่นดิน” เขียน โดย วิมล ไทรนิ่มนวล และยังผ่านเข้ารอบสุดท้ายใน การประกวดซีไรท์เมื่อปี 2540 อีกด้วย  ผมเพิ่งได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ เมื่อไม่นานมานี้ (10-09-2561) แต่สำหรับท่านที่เคยอ่านงานเล่มก่อนหน้านี้ของ วิมล ไทรนิ่มนวล อย่าง  “งู” ซึ่งเขียนเมื่อปี 2557  จากนั้นก็เป็น “คนทรงเจ้า” (2531), “โคกพระนาง” (2532)  และมาจบเรื่องสุดท้ายคือ “จ้าวแผ่นดิน” ในปี 2538  แล้วจะรู้สึกสนุกสนานและอิ่มเอมกับ “จ้าวแผ่นดิน” เล่มนี้เป็นอย่างมาก  มันเหมือนกับเป็นภาคจบที่สมบูรณ์แบบและครบถ้วนกระบวนความ

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะมีความหนาถึง 579 หน้า แต่ผมใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันอ่านจนจบเล่ม เรียกว่า หยิบอ่านแล้ววางไม่ลงเลยทีเดียว  เรื่องราวต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้สะท้อนภาพสังคมไทย ที่ผูกติดกับความเชื่อ จนคิดว่าสิ่งนั้นคือความจริง แม้ใครจะมองว่างมงายก็ตาม รวมทั้งยังสะท้อนถึงความโลภของมนุษย์ไม่ว่าจะมีผ้าเหลืองห่มกาย หรือ ใช้ภาพเทพเจ้านุ่งขาวหุ่มขาว  มาห่มกายไว้อย่างไรก็ตาม
ผมชอบลีลาการเขียนและการเล่าเรื่อง ที่สนุกน่าติดตามแทบทุกบรรทัด  หนังสือเล่มนี้อย่างที่บอกไว้ตอนต้น ถือเป็นภาคจบของนิยาย จตุรภาค ของนักเขียนท่านี้    หากอ่านเล่มนี้จบ เราจะเข้าใจปัญหาโครงสร้างของสังคมไทยได้ดีขึ้นมาก แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเขียนมาแล้วกว่า  20 กว่าปี แต่สังคมไทยก็แทบไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่เขียนนวนิยาย เล่มนี้เลย  สำหรับผมสรุปได้ว่า “จ้าวแผ่นดิน”  ถือเป็นหนังสือที่อ่านสนุก ได้ข้อคิด และชวนติดตามแทบจะทุกตอนทุกบรรทัด  เผลอหยิบขึ้นมาอ่านแล้ว วางไม่ลงจริงๆ ครับ

(หนังสือหนา 579 หน้า ราคาปก 300 บาท พิมพ์ครั้งที่ 2  พ.ศ.2545 สยามประเทศสำนักพิมพ์)

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

หนังสือเล่มที่ 8 (ปี 2561) บทบรรณาธิการนิตยสารสารคดี Notes from the Editor



หนังสือ เล่มนี้ เป็นการรวมบทบรรณาธิการของนิตยสาร สารคดี ที่ได้รับการคัดกรองแล้ว โดยผู้เขียนเขียนคือ  “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์” ได้แสดงทัศนะต่อเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมรอบๆ ตัวเขาในช่วงเวลานั้นๆ  ซึ่งบทบรรณาธิการเหล่านี้ กลับกลายเป็นคอลัมน์ที่มีผู้อ่านชื่นชอบสูงสุดและเปิดอ่านเป็นลำดับแรกของนิตยสารสารคดี เสมอ

ด้วยสำนวนภาษาที่ เรียบง่าย แต่สวยงามและกินใจ ทำให้แต่ละบทบรรณาธิการที่อ่าน เราได้รับความรู้ความประทับใจ หรือบางบทอ่านแล้วก็เต็มไปด้วยความสะเทือนใจ กับสารพัดเรื่องราวที่กำลังเป็นข่าวหรือสิ่งที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจในช่วงเวลานั้นๆ   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวบุคล เรื่องเกี่ยวกับสถานที่ หรือเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการทำงานในเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ตสรุปคือ อ่านแล้วได้ความรู้และได้ย้อนอดีตกับเหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไปด้วยในบางครั้ง  สำหรับผมถือ เป็นหนังสือดีอีกเล่มที่ดีมาก เพราะอ่านแล้วจรรโลงใจ รวมทั้งมีความสุขที่ได้อ่านครับ 

(หนังสือหนา 358 หน้า ราคาปก 220 บาท พิมพ์ครั้งที่ 1 กันยายน 2553 สำนักพิมพ์ สารคดี)

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

หนังสือเล่มที่ 7 (ปี 2561) เปลี่ยนวิธีทำงานแค่ 1% คุณก็แซงหน้าคน 99% ได้แล้ว




หนังสือ เปลี่ยนวิธีทำงานแค่ 1% คุณก็แซงหน้าคน 99% ได้แล้ว   

ในยุคที่การแข่งขันสูงและต้องทำงานแข่งกับเวลากันเช่นนี้  แต่ละองค์กรล้วนต้องการคนที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า คนอื่น  แต่หนังสือ “เปลี่ยนวิธีทำงานแค่ 1% คุณก็แซงหน้าคน 99% ได้แล้ว”   ได้บอกเทคนิคการทำงานที่ง่ายๆแบบที่หลายๆ คนมองข้ามไป โดยผู้เขียนคือ “โคโนะ เอตาโร่” นั้น มีประสบการณ์ในการทำงานในบริษัทข้ามชาติระดับโลก ทำให้เขาสามารถนำเทคนิคต่างๆ ที่เขาพบเจอมาเล่าให้ฟังได้อย่างออกรสในหนังสือเล่มนี้

หนังสือเล่มที่ 6 (ปี 2561) ช ช้าง กับ ฅ คน




หนังสือ ที่รวบรวมสารพัดเรื่องราว สนุกๆ และสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับช้าง เล่มนี้ ถือเป็นหนังสือที่อ่านสนุกมากๆ เล่มหนึ่ง เหมาะกับคนที่รักช้างและสนใจเรื่องช้าง โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับช้างในประเทศไทยตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน ในแง่มุมต่างๆ 

หนังสือ ช ช้าง กับ  ฅ คน 
   
รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่ ต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์ช้าง  ตำนานเกี่ยวกับช้างและเทพต่างๆ  การที่ช้างเกี่ยวพันทั้งเป็นในยามศึกและเป็นเครื่องแสดงถึงยศถาบรรดาศักดิ์ในสมัยก่อน ยาวไปจนถึงฝันเห็นช้าง แล้วทำนายว่าอะไร เรียกว่า เกือบจะครบเครื่องเรื่องช้างเลยทีเดียวสำหรับหนังสือเล่มนี้ 
ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือแบ่งออกเป็นตอนๆ ที่เกี่ยวกับช้างในแง่มุมต่างๆ และเนื้อหาก็จบในตอน ภาษาที่ใช้ก็อ่านง่ายเข้าใจง่าย มีภาพประกอบและรูปถ่ายที่สวยงามน่าสนใจตลอดเล่มพิมพ์สี่สีด้วย และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาอีกด้วย  คนรักช้างสนใจเรื่องช้างไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงสำหรับเล่มนี้

(หนังสือหนา 112 หน้า ราคาปก 220 บาท พิมพ์ครั้งที่ 1 กรกฎาคม 2554 สำนักพิมพ์สารคดี)

หนังสือเล่มที่ 5 (ปี 2561) Cuba Behind the Scences หลังม่านคอมมิวนิสต์คิวบา



เมื่อนักวิจารณ์และนักเขียนด้านภาพยนตร์ อย่าง อัญชลี ชัยวรพร ได้รับเชิญให้ไปบรรยายเรื่องหนังไทยให้กับโรงเรียนสอนภาพยนตร์ทีมีชื่อเสียงในประเทคิวบา ทำให้เราได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวการเดินทางและการผจญภัยของเธอในเมืองต่างๆ ของประเทศที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศคอมมิวนิสต์เพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ยังคงเหลืออยู่

หนังสือเล่มที่ 3 (ปี 2562) กว่าจะฝ่าข้ามความตาย

หนังสือ กว่าจะฝ่าข้ามความตาย ของ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ   เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวในคุกบางขวาง ซึ่งเป็นคุกสำหรับนักโทษประหาร  ...